การตีสอนที่ทรงพระคุณ
|
|

|
|
โดย อาจารย์อัชรี รัตนวราหะ
|
|
เชื่อว่าคริสเตียนทุกคนต้องพบหรือผ่านช่วงของการถูกลงวินัยจากพระเจ้า พูดอีกอย่างว่าการตีสอนจากพระเจ้า อาจทุกข์ใจ เจ็บปวด และไม่เข้าใจขณะอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากผ่านพ้นช่วงนั้นโดยยึดติดกับพระคุณพระเจ้า คริสเตียนทุกคนย่อมมีความสุขเกินที่จะพรรณนาหรือที่เราเรียกว่า “สันติสุข” เพราะพระสัญญาจากพระเจ้าที่ว่า “ เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก และเมื่อพระองค์ทรงรับผู้ใดเป็นบุตร พระองค์ก็ทรงตีสอนผู้นั้น” ฮีบรู 12:6 ข้าพเจ้าเป็นพี่สาวคนโต มีน้องสาวหนึ่งคน น้องชายหนึ่งคน พ่อแม่ฐานะยากจนดังนั้นเมื่อจบมหาวิทยาลัยแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่ขอรับเงินจากทางบ้านพยายามหางานทำ ต่อมาก็สามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ จากการที่สอบเป็นอันดับต้นจึงได้ไปบรรจุเสียไกลที่จังหวัดลำปาง จำได้ว่าเงินเดือนเดือนแรก ๒,๗๖๕ บาท เมื่อ ๒๐ ปีก่อน เพียงแค่นั้นข้าพเจ้าก็สามารถใช้พอสำหรับตนเองและส่งน้องสาวเรียนมหาวิทยาลัยได้อีกหนึ่งคน ในช่วงนี้เองที่พระเจ้าทรงเมตตาเลือกและเรียกข้าพเจ้าให้เป็นบุตรของพระองค์ โดยพี่น้องคริสตจักรแบ็บติสต์ลำปาง ในปี ๑๙๙๐ พอส่งน้องสาวจบ ก็ส่งน้องชายเรียนมหาวิทยาลัยอีกหนึ่งคนโดยครั้งหลังน้องสาวซึ่งจบและทำงานแล้วก็ช่วยส่งเสียน้องชายอีกแรง ตอนนี้ข้าพเจ้าย้ายกลับมาที่นครสวรรค์แล้ว มาเช่าบ้านอยู่โดยทั้งน้องสาวและน้องชายอยู่ร่วมด้วย น้องทั้งสองดูแลงานบ้าน น้องสาวทำกับข้าว น้องชายซักผ้าถูบ้าน ตอบแทนข้าพเจ้า ตอนเช้าตื่นขึ้นมาน้องชายก็จะชงเครื่องดื่มมาตั้งรอ จากสภาพดังกล่าวเหมือนกับว่าข้าพเจ้าเป็นผู้นำครอบครัว
|
|
 
|
|
เมื่อปี ๑๙๙๔ ข้าพเจ้าแต่งงานใหม่ ๆ พระวจนะที่กล่าวว่า ให้เชื่อฟังสามี และอะไรอีกมากมายดูเหมือนจะเป็นภาระที่หนัก เมื่อแต่งงานมาแล้วสภาพความเป็นอยู่ไม่เป็นอย่างที่เราเคยชิน จากผู้ที่ได้รับการปรนนิบัติกลายเป็นผู้ที่ต้องปรนนิบัติสามี แต่ข้าพเจ้าเป็นภรรยาที่แย่มากข้าพเจ้าไม่ทำงานบ้าน บ้านก็ไม่ค่อยกวาดถู กับข้าวนี่ไม่ต้องพูดถึงซื้ออย่างเดียว เสื้อผ้าส่งซัก บางทีจานชามไม่ล้างข้ามคืน เมื่อออกจากที่ทำงานก็ไปทำงานเสริมคือการเปิดร้านขายต้นไม้ กลับบ้านมืดค่ำ ข้าพเจ้าขับรถยนต์ไปทำงานขณะที่สามีขับมอเตอร์ไซด์ เป็นอยู่อย่างนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยสังเกตหน้าตาของสามีว่าเขาจะพอใจหรือไม่อย่างไร พอเข้าเดือนที่สามข้าพเจ้าก็รู้ว่าตั้งครรภ์ ก็ยังทำตัวอย่างนี้อยู่ การมีครอบครัวไม่หอมหวานอย่างที่ข้าพเจ้าคิด กระนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ใส่ใจว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งเดือนธันวาคม ๑๙๙๔ มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับครอบครัวของข้าพเจ้า เช้าวันนั้นดูเหมือนเราสองคนสามีภรรยาจะมีบรรยากาศของการคืนดี แต่เมื่อเดินลงบันไดบ้านลงมาสามีจะต้องมองออกไปด้านนอกเพื่อตรวจดูว่ารถยนต์ซึ่งเราจอดไว้ด้านนอก(เนื่องจากนำเข้ามาจอดในบ้านไม่ได้จากการที่คนในหมู่บ้านนิยมจอดรถไว้ด้านนอกทำให้การเก็บรถของแต่ละบ้านลำบาก ) ปรากฏว่าในวันนั้นข้าพเจ้าได้ยินสียงสามีของข้าพเจ้าอุทานด้วยความตกใจ ซึ่งข้าพเจ้ายังจำติดตา “รี ..รถเราหายไปไหน” เราสองคนรีบไขกุญแจรั้วออกมาดูนอกบ้าน วิ่งไปท้ายซอย หารถ รถซึ่งเราสองคนซื้อมาและยังต้องส่งค่างวดต่ออีก ขณะนี้มันหายไปแล้ว เวลาผ่านไปซักระยะจนเรารู้แน่ชัดแล้วว่าเราโดนโจรกรรมรถแน่แล้ว เราก็รีบอาบน้ำแต่งกายใหม่ โทรไปบอกตำรวจก่อน จากนั้นสามีก็โทรไปบอกศิษยาภิบาลคริสตจักรที่เราประจำอยู่ในขณะนั้น เราไปแจ้งที่สถานีตำรวจด้วย ประมาณสายๆ พี่ที่เป็นศิษยาภิบาลกับภรรยาก็มาที่บ้าน เราได้รับคำหนุนใจ และข้าพเจ้าเองก็มีความหวังว่าไม่นานก็จะได้รถคืน ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดจนถึงกับที่พระเจ้าจะต้องลงวินัยข้าพเจ้าขนาดนี้ ยังเคยนึกเคืองอาจารย์ท่านหนึ่งที่ถามข้าพเจ้าและสามีว่าทำบาปอะไร ทำนองว่าถึงโดนพระเจ้าตีสอนขนาดนี้ ณ เวลานั้นข้าพเจ้าไม่คิดว่าข้าพเจ้าถูกตีสอนและข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้ากำลังถูกทดสอบ และข้าพเจ้าก็ยังมั่นใจว่าเดี๋ยวพระเจ้าก็จะคืนให้ ข้าพเจ้ายังมีสันติสุขโดยคาดหวังว่าพระเจ้าจะคืนให้
|
|

|
|
ในระหว่างนั่นจากการที่ไม่มีรถทำให้ข้าพเจ้าต้องขึ้นรถประจำทางเดินทางกลับบ้าน ทำให้ต้องกลับบ้านเป็นเวลา เมื่อกลับบ้านเร็วก็มีเวลาที่จะทำงานบ้าน ข้าพเจ้าเริ่มทำงานในบทบาทของแม่บ้าน รู้จักการเตรียมเสื้อผ้าให้สามี รู้จักทำกับข้าวแม้จะไม่อร่อยแต่ก็พยายามตั้งใจทำ งานเสริมที่ทำก็หยุดไป ปีนั้นเรายังไปฉลองคริสตมาสทั้งที่ไม่มีรถยนต์ และข้าพเจ้าก็เริ่มตั้งครรภ์ท้องใหญ่ขึ้น เหมือนว่าสันติสุขในบ้านมีเพิ่มขึ้น เราสองคนสามีภรรยาเข้าใจกันมากขึ้น ข้าพเจ้าได้ยินสามีบอกกับพี่น้องคริสเตียนที่โบสถ์ว่า “ดีแล้วที่รถหายไป เพราะผมได้ภรรยากลับคืนมา” พอได้ยินเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่ลำคอ ตื้นตัน ข้าพเจ้ารู้ทันทีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้าพเจ้าไม่ได้โดนทดสอบแต่ข้าพเจ้าโดยตีสอนจริงๆ แต่ข้าพเจ้าโดนตีสอนจากพระเจ้าผู้ทรงรักและเมตตาข้าพเจ้า หากพระองค์ไม่ตีสอน ข้าพเจ้าอาจดื้อและทิฐิจนขอแยกทางกับสามี หรือไม่สามีก็คงหมดความอดทนกับภรรยาที่ไม่เอาไหนอย่างข้าพเจ้าเราคงแยกทางกันแน่นอน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการตีสอน ทำให้พระคำของพระองค์ใน โรม ๘:๒๘ “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” เป็นพระคำประจำปีนั้นของข้าพเจ้า
ในปีต่อมาเราก็ได้ชื่นชมกับของขวัญที่พระองค์มอบให้ผ่านทางลูกชายคนแรกของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปรารถนาที่จะได้ลูกชาย และพระเจ้าก็มอบเด็กชายที่สมบูรณ์และน่ารักเติมเต็มในครอบครัวของเรา ขอบพระคุณพระเจ้า
|
|