Home
นายถาวร พรมมา PDF พิมพ์ อีเมล

พระเจ้าทรงเป็นความรัก

taworn01

                                                                                                             นายถาวร พรมมา

   ข้าพเจ้าได้ยินเรื่องของพระเยซูคริสต์มาตั้งแต่เด็กๆ  แต่ข้าพเจ้าก็ไม่สนใจที่อยากจะรู้จัก และยังเคยล้อเล่นว่า “พระเยซูผู้เป็นเจ้า กินข้าวกับหัวปลาทู”  และอีกหลายเรื่อง แม้แต่ผู้รับใช้ของพระเจ้าที่ออกไปประกาศแจกใบปลิวเรื่องของพระเจ้าในที่ต่าง ๆ  ข้าพเจ้าก็เคยแสดงความเกลียดชังและดูหมิ่นเหยียบหยามและปฎิเสธเรื่องของพระเยซูคริสต์ เพราะในเวลานั้นข้าพเจ้ายังอยู่ในศาสนาเดิม  และก็ขอบพระคุณพระเจ้าผู้เที่ยงแท้เมื่อความจริงปรากฏ ก่อนที่ข้าพเจ้าจะศึกษาเรื่องของพระเยซูคริสต์และยอมรับว่าพระองค์คือพระผู้ช่วยที่สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อข้าพเจ้านั้น

  ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระให้กับพ่อของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้ให้ลูกชายของข้าพเจ้าไปนิมนต์พระสงฆ์ที่ข้าพเจ้านับถือมาพระก็รับปาก แต่พอถึงเวลางานพระก็ไม่มา ข้าพเจ้าจึงให้ลูกชายไปอีก แต่กลับได้รับคำตอบจากพระว่า ขอโทษนะฉันได้รับนิมนต์จากบ้านอื่นแล้ว ด้วยเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงนิมนต์เณรแทน  แต่ข้าพเจ้าทราบภายหลังว่า บ้านที่พระรับนิมนต์ไปนั้น มีรถเบ๊นซ์มารับ มีอาหารดี และมีเงินถวายมาก  แต่บ้านข้าพเจ้าจน ไม่มีรถต้องเดินไป  ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงรู้สึกหดหูและตาสว่างพบกับความจริงของมนุษย์ที่ยังหลงอยู่กับความโลภ ถึงจะอยู่ในฐานะใดก็แล้วแต่ ถึงแม้ว่าหลักธรรมของศาสนาระบุว่า  1.บรรพชิตต้องไม่โลภ ไม่มีทรัพย์สินใดๆ บวชเพื่อศึกษาพระธรรม    2. เมื่อศึกษาพระธรรมแล้วต้องเผยแพร่ศาสนาเท่านั้น   ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ปลุกเศกวัตถุ  น้ำมนต์ ดูหมอ   ต่อชตา  บอกเลขหวย นอกจากข้อ 1-2 นี้แล้วนอกนั้นคือเดรัชฉานมนุษย์  ซึ่งไม่มีอยู่ในคำสอนของศาสนา

taworn02  ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงให้สติปัญญา โดยรู้ถึงความจริงของมนุษย์ที่ยังมีบาปอยู่ในความโลภ หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้มาเรียนรู้เรื่องของพระเจ้าประมาณ 2 ปี ต่อมาข้าพเจ้าจึงตัดสินใจรับเชื่อพระเจ้า ในปี 2001  ความเชื่อของข้าพเจ้าไม่ได้เชื่อเพราะคำบอกเล่าจากใคร แต่เชื่อเพราะประสบการณ์     ซึ่งในระยะช่วง 2 ปีแรกก่อนที่ข้าพเจ้าจะเชื่อนั้น  ข้าพเจ้ามีโอกาสไป คจ.บ้าง แต่ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็จะนั่งหลับ (เพราะความเมา) พอรู้สึกตัวก็รีบกลับบ้านไปทำงานต่อ       อาชีพของข้าพเจ้านั้นก็คือช่างซ่อมมอเตอร์ไซด์

   คำโบราณที่เคยพูดกันว่า “เรื่องเมาใครไม่สู้พ่อ  เรื่องพายเรือถ่อ พ่อไม่สู้ใคร” พอตื่นเช้าหัวตรงฟ้า ก็กินแล้วก็กิน ดีอยู่หน่อย ตรงที่ข้าพเจ้ายังรู้จักทำมาหากิน  ตื่นขึ้นมาก็มีอาการโอ๊ะ-อ๊ากๆ น้ำลายส่อทั้งๆ ที่ตาก็ยังตู่ สมองก็ยังมึน กลิ่นเหล้าก็ยังคลุ้ง แต่ก็ต้องกินก่อนเข้าห้องน้ำ เมื่อเริ่มต้นแล้วก็กินต่อไปเรื่อย ๆ  ที่สำคัญที่สุดคือถ้าได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนว่า  มีเพื่อนมาคอยหรือเอารถมารับแล้วละก็ เฮ้อ!  ใครเอารถมาซ่อมหรือนั่งคอยรอรับรถอยู่ ขอโทษทีผมมีธุระด่วน พรุ่งนี้ก็มารับรถก็แล้วกัน เพราะจะรีบไปกินเหล้ากับเพื่อนๆ เวลาไปไม่รู้แต่กลับ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน หรือไม่ก็ตี 5 – 6 โมงเช้าโน่น ซึ่งเวลาเมาใครมองหน้าก็จะไม่สบอารมณ์  และชอบทะเลาะวิวาทกับโต๊ะข้างๆ  ด้วยเหตุนี้โรงพักกับข้าพเจ้าจึงเป็นเพื่อนกันเพราะเข้าไปเสียค่าปรับบ่อยๆ  และเป็นที่น่ารังเกลียด เบื่อหน่ายของสัมคม
 
  ขอบคุณพระเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้าเมา แล้วเข้าไปในคริสตจักรของพระเจ้า มีพี่น้องคริสเตียนหลายคนใน คจ. ถามว่า “คุณกินเหล้าเมาอย่างนี้ทุกวันหรือ...?”  ข้าพเจ้าบอกว่า “เมาทั้งวัน...”   พี่น้องคริสเตียนใน คจ.บอกว่า “อยากเลิกเหล้าไหม ถ้าอยากให้ยอมจำนนต่อพระเจ้า แล้วอธิษฐานขอพระองค์ทรงเมตตาให้มีกำลังที่จะพ้นจากเหล้า...” หลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้อธิษฐานขอต่อพระเจ้าประมาณเดือนกว่า  พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของข้าพเจ้า คือในตอนเย็นวันนั้น ข้าพเจ้าก็ดื่มเหล้าตามปกติ กล่าจะเลิกรากับเพื่อนๆ ก็เกือบเที่ยงคืน ข้าพเจ้าก็เข้านอนโดยที่ไม่ได้อาบน้ำ  พอตื่นตอนเช้าอาการที่เคยเป็นเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ความอยากดื่มเหล้านั้นมันก็อันตธานหายไป ไม่มีความอยากดื่มเหล้าอีกเลยตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปัจจุบันนี้ ขอบคุณพระเจ้า

   ขณะที่ข้าพเจ้าหยุดดื่มเหล้าได้นั้น เพื่อนๆ ที่เคยดื่มเหล้าหัวลาน้ำด้วยกันนั้น ถามข้าพเจ้าว่า “ทำไมเองหยุดดื่มเหล้าได้วะ...?”    ข้าพเจ้าจึงบอกกับเพื่อนๆว่า ข้าพเจ้าเลิกดื่มเหล้าได้โดยคำอธิษฐาน ข้าพเจ้าไม่ได้บนบาน หรือสาบานต่อสิ่งต่างๆ เพียงแต่อธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงโปรดช่วยให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นมัน  เพราะมันทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าเหมือนอยู่ในนรก เมื่อหลุดเลิกมันได้แล้วเสมือนว่าข้าพเจ้าได้ถูกปลดปล่อยความบาปโดยพระเจ้า  ที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ และไม่ได้เลิกดื่มเหล้าเพราะสุขภาพร่างกายที่เจ็บป่วยหรือหมอสั่งให้หยุด แต่ข้าพเจ้าทำได้เพราะพระเจ้าทรงช่วยข้าพเจ้าที่ยอมให้พระองค์เป็นเจ้าในชีวิตนั่นเอง

taworn03   ปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าเลิกกิจการซ่อมมอเตอร์ไซต์แล้ว และหันมาประกอบอาชีพขายของชำกับภรรยาที่บ้าน ต.เกรียงไกร หมู่ที่6 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเมื่อตอนแรกๆ ข้าพเจ้าได้ขายเหล้า-เบียรและบุหรี แต่ปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าเลิกแล้ว ซึ่งพระเจ้าได้ทรงประทานสติปัญญาให้กับข้าพเจ้าหาสิ่งอื่นมาขายทดแทน ไม่ผิดน้ำพระทัยพระเจ้า และพระองค์ก็ทรงอวยพร

    ทุกวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันสะบาโตของพระเจ้า ข้าพเจ้าและครอบครัวได้หยุดและไปนมัสการพระเจ้าที่คริสตจักร ซึ่งปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของคริสตจักรนครสวรรค์   ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าในของประทานที่พระองค์ประทานให้แก่ข้าพเจ้านั่นก็คือการแต่งเพลงร้องเพื่อประกาศพระกิตติคุณของพระองค์ และแต่งเพลงร้องบันทึกลง CD. เนื้อหาอยู่ในพระคัมภีร์ เป็นบทเพลงเล่าเรื่อง เช่น พระเยซูรับการชโลมที่เบธานี, หญิงล่วงประเวณี,  น้ำท่วมโลกยุคโนอาห์,  บทโยนาห์, บัญญัติ 10 ประการ, วันสะบาโต, เปโตรปฎิเสธพระเยซูคริสต์ก่อนไก่ขัน ฯลฯ รวม 21 เพลง ซึ่งอยู่ในชุดที่ 2   ส่วนชุดที่ 1 มี 18 เพลง และหมดไปแล้ว อนาคตอาจจะทำขึ้นมาอีก

    ขอบคุณพระเจ้าอีกครั้ง เพราะการยอมจำนน ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนบาป และยอมให้พระองค์ทรงชำระความผิดบาปของเรา โดยการเชื่อพึ่งในพระองค์   มนุษย์ในโลกนี้บอกว่า “รัก”  แต่ไม่นานก็เสื่อม บางคนรักเราก็เพราะต้องการผลประโยชน์จากเรา แต่ความรักของพระเจ้านั้นยั่งยืน ไม่มีผลประโยชน์ พระองค์ทรงเกลียดชังความบาปแต่ทรงรักคนบาป และไม่จดจำความผิดบาป พระองค์ทรงพร้อมเสมอที่จะให้อภัยกับเรา  ชีวิตที่อยู่ในโลกมนุษย์นั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่บอกว่ารักเรามากมายเพียงใด สักวันหนึ่งเขาก็ต้องทิ้งเราไป แต่สำหรับความรักของพระเจ้านั้นเป็นความรักนิรันดร์ และพระองค์พร้อมที่มอบความรักนี้ให้กับท่าน เพียงแต่ท่านต้อนรับเอาพระองค์เข้ามาในชีวิตเท่านั้น ท่านจะพบกับความรักนิรันดร์นี้ 
 
     “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะมิได้พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์...” ยอห์น3:16

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพร
ถาวร  พรมมา

 

Powered by Joomla!. Valid XHTML and CSS.